fbpx

ผักกาดขาว ผักเศษฐกิจสำคัญของประเทศ

ถ้าพูดถึงความสำคัญของผักกาดขาวนั้น ถือว่าเป็นผักที่สำคัญต่อเศษฐกิจของประเทศไทยเลยทีเดียว เพราะว่าผักกาดขาวนั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ผักกาดนั้น ขาวนอกจากจะสามารถกินแบบสดได้ และยังปสามารถนำไประกอบอาหารได้อีกหลายอย่าง แถมนำไปแปรรูป ได้อีกหลายอย่าง และในปัจจุบันนี้มีโรงงานอุตสาหกรรม เกี่ยวกับการแปรรูปผักกาดขาวด้วย ซึ่งเป็นที่บ่งบอกถึงการนิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย

ลักษณะของพันธุ์ผักกาดขาวนั้น มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ แต่ในประเทศส่วนใหญ่จะนิยมปลูกจะมีอยู่ 3 ลักษณะ ซึ่งจะแยกตามลักษณะของหัวปลีดังนี้

  1. แบบปลียาว ลักษณะของปลีจะเป็นรูปไข่ มีทรงสูง ซึ่งจะมีด้วยกันสามสายพันธ์ ที่มีหัวปลีลักษณะแบบนี้คือ สายพันธุ์มิชิลี หรือเรียกอีกอย่างว่าผักกาดหางหงส์ สายพันธุ์ผักกาดโสภณ  และสายพันธุ์ผักกาดขาวปลีฝรั่ง เป็นต้น
  2. แบบปลีกลม ลักษณะของปลีจะเป็นทรงสั้นและอ้วนกว่าปลียาว สายพันธุ์ที่มีลักษณะนี้ ได้แก่ สายพันธุ์ซาลาเดีย ไฮบริด สายพันธุ์ทรอปิคคอล สายพันธุ์ไพรด์ ไฮบริด
  3. แบบปลีหลวม ลักษณะของปลีจะเหมือนไม่ห่อปลี ได้แก่ สายพันธุ์ผักกาดขาวใหญ่ และสายพันธุ์ผักกาดขาวธรรมดา เป็นต้น

ส่วนสายพันธุ์กาดขาวที่เกษตรกรในประเทศ นิยมปลูกนั้น ได้แก่ ตราดอกโบตั๋น ตราช้าง ตราเครื่องบิน ตราเครื่องบินพิเศษ ซึ่งที่กล่าวมานั้น ข้อดีก็คือเป็นพันธุ์ที่ทนร้อนได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น

ผักกาดขาวในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่แนะนำให้ปลูกช่วงเดือน ตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะได้ผลผลิตที่ดีที่สุด ผักกาดขาวนั้นขึ้นเจริญเติบโตได้ในดินเกือบชนิด แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือดินร่วนที่มีการระบายน้ำได้ดี ผักกาดขาวนั้นต้องการน้ำสม่ำเสมอ และแสงแดดที่เหมาะสม

เทคนิคการปลูกผักกาดขาว หลังจากไถดินและทำแปลงเรียบร้อยแล้วควรตากดินให้แห้ง แล้วทิ้งไว้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ และหลังจากนั้น ค่อยหว่านบุ๋ยคอก แล้วทำการคลุกเคล้าให้เข้ากันกับดิน ก็การหว่านเมล็ด ควรพรวนดินให้ละเอียด เพื่อป้องกันเมล็ดที่มีขนาดเล็กตกลงไปในดินที่ลึกจนเกินไป ในส่วนการทำแปลงปลูกนั้น การไถดินนั้นไม่ควรลึกเกิน 30 cm. และควรตากดินประมาณ 7 วัน แล้วให้ทำการไถดินอีกรอบ

โดยส่วนมากในประเทศไทย มักปลูกผักกาดขาว 3 วิธี เพราะว่าขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และเมล็ดพันธุ์ที่นำมาปลูก ดังนี้

  1. ปลูกแบบหว่านให้กระจายทั่วทั้งแปลง การปลูกแบบนี้ง่ายและสะดวก อาจใช้ในกรณีที่ เราใช้พันธุ์ผสมทั่วๆ เพราะเมล็ดพันธุ์นั้นมีราคาไม่แพง
  2. การปลูกแบบแถวเดียว การปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับ การปลูกที่เป็นแบบโรย เป็นแถว หรือย้ายกล้า ใช้ในกรณีที่เราใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสม ที่มีราคาแพงขึ้นมาหน่อย
  3. การปลูกแบบแถวคู่ วิธีนี้เหมาะสำหรับการผักกาดขาดแบบหยอดเมล็ด หรือย้ายกล้า เมล็ดพันธุ์ที่มีราคาสูงแนะนำให้ใช้วิธีนี้

สำหรับระยะการปลูกผักกาดขาวนั้น ระหว่างแถวไม่ควรเกิน 50 cm และระหว่างต้นไม่ควรเกิน 50 cm

ในการให้น้ำผักกาดขาวนั้น ต้องให้อย่างสม่ำเสมอ ในระยะแรกนั้น เมื่อผักกาดขาวกำลังงอกนั้น เราควรรดน้ำ 3-4 ครั้ง ต่อวัน เพื่อเป็นการทำให้หน้าดินนั้นอ่อน เพราะจะทำให้การงอกของเมล็ดผักกาดนั้นงอกง่าย และเมื่อผักกาดขาว มีอายุตั้งแต่ หนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป ก็ให้ลดลงเหลือ เพียงวันละ 3 ครั้ง  หลังจากอายุเกิน 1 เดือนแล้ว ค่อยให้น้ำวันล่ะสองครั้ง เช้าและเย็น (ข้อเน้นย้ำคือเราไม่ควรให้น้ำผักตอนสายๆ หรือช่วงที่แดดแรงจัด) การให้น้ำควรใช้หัวฉีดพ่นเป็นฝอยๆจะดีที่สุด ในช่วงสำคัญคือ ช่วงที่ผักกาดขาวนั้น กำลังห่อปลี  ช่วงนี้ไม่ควรให้ขาดน้ำโดยเด็ดขาด เพราะการห่อปลีจะไม่เจริญเติบโต

ในการเก็บผักกาดขาวนั้น ควรใช้มีดที่คมๆตัดที่โคนของต้นผัก แล้วค่อยตัดแต่งใบที่ไม่สวยออกบ้างพอสมควร ควรเหลือใบไว้สัก 2-3 ใบ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทบของผิวผักระหว่างการเคลื่อนย้าย