fbpx

เคล็ดลับการปลูกมะเขือม่วง ผักสวนครัวที่ปลุกง่าย

มะเขือม่วงนั้น แท้ที่จริงแล้ว จัดอยู่ในหมวดผัก ต่างจากผลไม้จำพวกแตงทั้งหลาย ผลนั้นจะมีลักษณะรูปร่างที่ยาวกลม ผิวของมะเขือม่วงนั้นจะเรียบๆ และตรงที่เป็นขั้นนั้นจะมีกลีบเล็กๆสีเขียวติด สาเหตุที่เรียกมะเขือม่วงนั้นน่าจะมาจาก ผลของมะเขือนั้นมีสีม่วงคล้ำ รสชาติของมะเขือม่วงนั้น จะออกหวานและฝาดๆนิดหน่อย

ในเนื้อของมะเขือม่วงนั้น มีส่วนช่วยชะลอความสูญของดวงตา และสรรพคุณอื่นๆอีกมากมาย  วันนี้เราจึงมีเทคนิคการปลูกมะเขือม่วงมาฝากท่านผู้สนใจ ซึ่งที่จริงแล้วการปลูกก็ไม่ยากอย่างที่คิด แต่วันนี้เราจะแนะนำการปลูกในกระถาง ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้เขียนนั้น ได้ลองปลูกมาแล้ว และได้ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก อุปกรณ์ก็หาได้ง่ายๆ ดินที่ปลูกนั้นก็หาใช้ดินทั่วไปเลย เพราะข้อดีของมะเขือนั้น เกือบทุกสายพันธุ์สามารถเติบโตได้ดี เกือบทุกสภาพดิน ขนาดบางครั้งเราไม่ได้ปลูกมันยังสามารถงอกขึ้นมาเองได้  ยกเว้นดินที่แข็งๆ หรือดินเหนียว และดินที่เค็มจัดเท่านั้น ที่มะเขือไม่สามารถเกิดได้

การเตรียมดินก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก แค่ขุดเอาหน้าดินมาในปริมาณที่พอเหมาะกับกระถาง แล้วนำดินมาตากแดดไว้ชักสิบวัน แล้วนำดินมาลงกระถางได้เลย โดยให้เราใช้แกลบหรือกราบมะพร้าวมารองก้นกระถางก่อน เราให้เราคลุกดินกับบุ๋ยมูลวัวให้เข้ากัน แล้วเทลงในกระถางได้เลย

หลังจากที่เราได้พื้นที่ปลูกแล้ว ให้เรานำกล้ามะเขือม่วง ที่เราได้เพาะไว้แล้ว มาลงในกระถางแล้วทำการรดน้ำให้ชุ่มในทันที (กล้ามะเขือที่นำมาลงในกระถางนั้นควรเป็นกล้าที่มีอายุประมาณ 40 วัน และควรเลือกต้นกล้าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด) เมื่อเรานำต้นกล้ามาลงปลูกในกระถางแล้ว ในช่วงสัปดาห์แรกนั้น เราควรนำกระถางมะเขือม่วงไว้ในร่มแดดอ่อนๆ สังเกตดูมื้อต้นกล้าเริ่มหยั่งรากติดกับดินแล้ว ค่อยนำออกไว้ในที่กลางแจ้งได้ การปลูกนั้นแนะนำว่า ควรปลูกหรือย้ายกล้าในตอนเย็น เพราะอากาศในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น จะไม่แรงจัดมากจนเกินไป ทำให้โอกาสรอดของกล้ามะเขือม่วงเพิ่มมากขึ้นด้วย หลังจากการปลูกเสร็จ เราควรรดน้ำในทันที

การดูแลรักษานั้น ควรใส่บุ๋ยหมักหรือบุ๋ยคอก ควรให้น้ำสม่ำเสมอทุกเช้าเย็น ไม่ควรให้น้ำมากจนเกินไป จนน้ำขัง ควรให้ในปริมาณที่พอดี โดยการสังเกตด้วยตาของเราเอง  ส่วนการเก็บเกี่ยวนั้น ปกติมะเขือม่วง จะสามารถเก็บมารับประทานในช่วงเวลาหนึ่งเดือนหลังจากการย้ายต้นกล้าลงในกระถางก็สามารถเก็บกินได้แล้ว ไม่ควรปล่อยไว้ให้เกิน 70 วัน เพราะจะทำให้มะเขือม่วงนั้นแก่ ในช่วงนั้นจะรับประทานไม่อร่อย