fbpx

เทคนิคการปลุกพริกไทยให้ได้คุณภาพ ตามที่ตลาดต้องการ

สวัสดีครับวันนี้เรามีเทคนิคดีดี เกี่ยวกับการปลูกพริกไทย จากเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพริกไทย มาให้เพื่อน ผู้ที่สนใจอยากปลูกพริกไทย มาให้อ่านและศึกษา ก่อนตัดสินใจที่จะปลูกพริกไทยกันครับ สำหรับพริกไทยนั้น สามารถปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย แต่ถ้าปลูกในพื้นที่ ที่มีความชื้นสูง จะทำให้พริกไทยนั้นเจริญเติบโตได้ดี พริกไทยนิยมปลูกกันมากในเขตภาคตะวันออกของไทย เพราะลักษณะภูมินาคตะวันออกของไทยเหมาะแก่การปลูกพริกดังกล่าว แต่ในสมัยปัจจุบันนี้เนื่องจากเกษตรกรไทย มีความรู้เรื่องการเกษตรมากขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยีเกษตร ก็เริ่มแพร่หลาย เกษตรกรสามารถเข้าถึงไดแหล่งความรู้ได้ง่าย เช่น ยูทูป เฟสบุ๊ค และเวปไซต์ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลทางเกษตร ทำให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการปลูกพริกไทยได้สำเร็จ จนกระทั่งทุกวันนี้ถึงกับมีสวนพริกไทยขนาดใหญ่ ที่ผลิตพริกไทยออกสู่ตลาด ในเขตภาคอีสานด้วย

เทคนิคที่เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยนำมาใช้คือการพรางแสง ให้กับแปลงพริกไทย และมีระบบพ่นหมอกรอบๆแปลงปลูก และการติดตั้ง ระบบการรดน้ำโดยใช้สปริงเกอร์ด้วย ซึ่งเทคนิคพวกนี้ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพริกไทย กันได้ทั่วไปในขณะนี้ ซึ่งเป็นการสมมุติบรรยากาศที่พริกไทยชอบขึ้นมานี่เอง

สำหรับโรคที่มักเกิดกับพริกไทยนั้น ส่วยมากจะเป็นโร คที่มาจากความซื้น เช่น ราน้ำหมากที่ใบ การป้องกันก็ง่ายนิดเดียวโดยใช้ เชื่อไตรโคเดอร์ม่า ชนิดเม็ดบดกับน้ำให้แตก แล้วผสมน้ำเปล่าฉีดพ่นได้เลย โดยให้พ่นทุก 7-10 วัน

ซึ่งเชื่อไตรโคเดอร์ม่านี้ สามารถป้องกัน และกำจัดเชื่อราต่างๆ ที่เป็นโร คที่มักเกิดกับพริกไทยได้ แค่ใช้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงได้

ในช่วงฤดูร้อนนั้นควรระวังเป็นพิเศษ เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงมากๆ พริกไทยจะยอดอ่อนและแขนง ที่งอกมาใหม่จะไหม้และแห้ง ผลที่ตามมาก็คือยอดจะร่วงหมด ส่วนพริกไทยที่กำลังปลูกใหม่ ที่ต้นยังไม่แข็งแรง จะค่อยๆแห้ง และจะไม่รอดในที่สุดใบที่แก่จะไหม้ ใบพริกไทยจะค่อยๆแห้งและจะร่วงจนหมดต้น

ผู้ที่ปลูกพริกไทยใหม่ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ เมื่อเจอปัญหาแบบนี้มักจะเพิ่มการรดน้ำ บอกเลยว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดวิธี เพราะว่ารา กของพริกไทยจะเนา และโคนก็จะเนาตามมาอีก วิธีการเพิ่มเวลารดน้ำจึงไม่ควรอย่างยิ่ง ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ การลดอุณหภูมิบริแปลงพริกไทยไม่ให้สูงเกินไป ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้ครับ

ทำระบบการให้น้ำจากที่สูง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ และยังใช้ร่วมกันกับ ระบบน้ำให้น้ำพริกไทยแบบเดิมได้เลย เพียงแค่ต่อเติมเพียงเล็กน้อย โดยการยกระบบน้ำสูงจากพื้น 1.2-1.5 เมตร แล้วทำการพ่นละอองน้ำ เพิ่มเปิดระบบน้ำขึ้น จะทำให้ยริเวณรอบๆนั้น มีความซื้นจากน้ำมากขึ้น และใบของพริกก็จะได้รับน้ำไปด้วย บางส่วนที่ทุนเยอะหน่อย อาจจะใช้ ระบบพ่นหมอก แต่ข้อเสียของระบบนี้คือ ใช้ต้นทุนที่สูงมาก อาจจะตกไร่ละ 30,000 บาทเลยทีเดียว แต่ข้อดีคือ สามารถควบคุมความซื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแบบวิธีแรก

การขยายพันธุ์พริกไทย ส่วนมากจะนิยม 2 แบบ คือ

1.แบบการตอน การตอนพริกไทยนั้น สามารถทำได้ทันที วิธีง่ายๆคือนำขุยมะพร้าว ฉีดพ่นละออกงน้ำให้ขุยมะพร้าวมีความชื้น แล้วบรรจุลงในถุงพลาสติก แล้วทำการผ่าออกถุงออก แล้วนำถุงไปหุ้มตรงข้อ ของกิ่งพริกไทย แล้วทำการมัดด้วยเชือก วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 30 วัน เราก็จะสามารถนำส่วนที่เราตอนนั้นมา ชำลงถุงดำ เพื่อเตรียมรอปลูกได้เลย

เทคนิคเล็กๆน้อยๆ คือ การตอนพริกไทยนั้น ควรตอนช่วงฤดูฝน ซึ่งการขยายพันธุ์ด้วยการตอนนี้ เป็นขั้นตอนก่อนที่เราจะนำพริกไทยไปปลูกนั้น ต้องนำตุ้มตอนที่ได้มานั้น มาปักชำอนุบาลลงถุงก่อนนะครับ เพื่อให้รา กของพริกไทยมีความมั่นมั่นคงแข็งแรง เมื่อนำกิ่งพริกที่ตอนมาแล้วทำการชำลงถุงดำ ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ระบบรา กถึงจะเริ่มทะลุออกมาจากถุง จึงจะสามารถแยกไปปลูกได้

ส่วนแบบปักชำนั้น เราสามารถทำได้ตลอดทั้งปี การปักชำนั้น เราจะต้องตัดกิ่งนั้น ออกมาจากต้นก่อน แล้วค่อยนำมาปักลงในถุงดำ วิธีนี้อาจใช้เวลาถึง 2 เดือน จึงจะสามารถนำไปปลูกลงแปลงได้ ถ้าอยากให้มีการรอดของพริกไทยสูงควรมีระบบควบคุมอุณหภูมิในขั้นตอนนี้นี้ด้วย สำหรับท่านมีความสนใจการปลูกพริกไทยนั้น การตอนคงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะอันตราการรอดสูงกว่า แต่แบบปักชำนั้น เหมาะที่จะทำเป็นจำนวนมากๆ มากกว่าเพราะการทำรวดเร็ว ปัจจุบันนี้ คนไทย นิยมรับประทานพริกไทยมากขึ้น ทำให้ความต้องการของตลาดมากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันนี้ พริกไทย มีราคาสูงสุดถึงขีดละ 40 บาท เลยทีเดียว