fbpx

สายพันธ์ของแตงโม และวิธีการปลูกแตงโมให้ได้คุณภาพ

แตงโมนั้น เป็นทั้งผักและผลไม้ เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่เป็นเขตร้อนมีลำต้นคล้ายเถาวัลล์แต่เลื้อยไปตามพื้นดิน แตงโมนั้นเกิดได้ทุกสภาพพื้นดิน ขอแค่พื้นที่ตรงนั้นน้ำไม่ท่วมเป็นพอ ถ้ามีน้ำท่วมขังต่อกันหลายวัน จะทำให้แตงโมนั้น เสียหาย อีกอย่างคือ อุณหภูมิที่ต่ำนั้น แตงโมจะไม่ชอบเพราะว่า เมล็ดของแตงโมนั้น ไม่เจริญเติบโต ถึงขั้นไม่งอกเลยก็มี  การปลูกแตงโมนั้น ไม่ควรปลูกในช่วงฤดูฝน เพราะช่วงนี้ จะทำแตงโมของเรานั้น เป็นโร คทางใบได้ง่ายๆ ส่วนฤดูที่เหมาะกับการปลูกแตงโม แนะนำว่าควรปลูกในฤดูใกล้จะหมดหน้าหนาว

พื้นที่ปลูกแตงโมนั้นควรมีแสงแดดเข้าถึงอย่างเต็มที่ทั้งวัน ในการเตรียมดินเพื่อปลูกแตงโมนั้น วิธีที่เกษตรกรนิยมที่สุดก็คือการปลูกแบบหยอดเมล็ด การเตรียมแปลงในอันดับแรกควรไถพรวนดิน ความลึกประมาณ 30 Cm เพราะระบบราก ของแตงโตนั้นจะหยั่งลึกลงไปใต้ดิน เมื่อทำการไถพรวนดินเรียบร้อยแล้ว ควรใส่บุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ดินที่เราจะปลูก หากบริที่เราจะปลูกนั้นมีสภาพเป็นกรด เราควรใช้ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินด้วยนะ

ถ้าเกษตรกรท่านใด ปลูกเยอะก็ควรเว้นระยะห่างระหว่างหลุมด้วย ซึ่งระยะที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่ประมาณ 180 Cmแต่ละหลุมไม่ควรหยอดเมล็ดเกิน 4 เมล็ด หลังจากการหยอดเมล็ดลงไปแล้ว แตงโมจะเริ่มงอกออกมาให้เราเห็น ช่วงแรกเราอาจจะเห็นใบของแตงโมงอกออกมาประมาณ 3– 4 ใบ ให้เราทำการถอนใบออก ให้เหลือหลุมล่ะ 2 ใบพอ โดยให้เราเหลือใบที่คิดว่าสมบูรณ์ที่สุด (เทคนิคทำให้แตงโมงอกเร็ว คือ ก่อนที่เราจะนำเมล็ดแตงโมลงหลุ่มนั้น ควรบีบเมล็ดให้แตกออก่อน)

หลังจากลงมือปลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการดูแลรักษา การใส่บุ๋ยนั้นเราจะใส่สองครั้ง ครั้งแรกเมื่อแตกโมเริ่มออกใบ และครั้งที่สองเมื่อเถาของแตงโม เริ่มยาวได้ประมาณ 30 Cm  สูตรบุ๋ยที่เกษตรกรนิยมใช้กันมากก็คือ 10–10–20 หรืออาจจะใช้ 13–13–21 ก็ได้ ในอัตราประมาณ 100 – 150 กิโลกรัมต่อหนึ่งไร่

การให้น้ำสำหรับแตงโมนั้น บางท่านคิดว่าแตงโมนั้นทนต่อความแห้งแห้ง จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยก็ได้ แบบนี้คือคิดผิดครับ เพราะว่าแตงโมนั้นถึงแม้ว่า จะไม่ได้น้ำ แต่ก็รอดได้ แต่ก็จะหยุดชะงัก ไม่เจริญเติบโตต่อไป ช่วงที่สำคัญที่สุดที่จะขาดน้ำไม่ได้เลย คือช่วงที่ แตงโมกำลังเจริญเติบโต การให้น้ำควรใช้สปริงเกอร์พ่นให้ทั่วทั้งแปลง เพราะเถาของแตงโมนั้นจะเลื้อยไปเรื่อยๆ เมื่อมีเถาอยู่ตรงไหน รากก็จะอยู่ตรงนั้น เหตุนี้เราจึงจำเป็นต้องรดน้ำให้ทั่วทั้งแปลง

เคล็ดที่สำคัญอีกข้อสำหรับผู้ที่ปลูกแตงโม คือการคลุมดิน เพราะเมื่อเถาเติบโตได้พอสมควรแล้ว เราควรหาฟางแห้งมาคลุ่ม ซึ่งการคลุมดินนั้นจะช่วยได้หลายอย่าง เช่น รักษาความชื้นความอุดมสมบูรณ์ของดินอยู่เสมอ และป้องกันผิวดินอับ เพราะถ้าดินด้านบนอับจะทำให้ด้านล่างขาดออกซิเจน และจะเป็นผลเสียต่อรา กของแตงโม และที่สำคัญคือ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินร้อนจัดจนเกินไป ประโยชน์สุดท้ายของการคลุมดิน ป้องกันพืชที่ไม่พึงประสงค์เกิดมาแย่งอาหารของแตงโมด้วย นั่นก็คือ จะทำให้วัชพืชขึ้นได้ยากนั่นเอง

เมื่อแตงโมของเรานั้น มีขนาดของเถา ประมาณ 2 ฟุต เราควรทำการจัดเถาของแตงโมนั้น ให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าเราปล่อยให้เถากระจัดกระจายไปทั่วแปลง จะมีข้อเสียคือ เถาของแตงโมนั้นจะบังแสงแดดที่ส่องลงมา หลังจากทำการจัดเถาให้อยู่ในทิศทางเดียวกันแล้ว เราควรเลือกตัดเถาที่ดูอ่อนแอ ไม่สมบูรณออกด้วย

เมื่อแตงโมเริ่มออกผล ควรทำการเด็ดผลทิ้ง สาเหตุเพราะผลของแตงโมในช่วงแรกๆนั้น โดยส่วนมากจะมีขนาดเล็กและรีบเราจึงควรเด็ดทิ้งตั้งแต่ตอนยังเล็ก

ช่วงที่แตงเริ่มโตนั้นควรเอาฟางมารองใต้ผลให้หนาๆ เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้ลูกแตงโมนั้นสัมผัสกับดินโดยตรง (เทคนิคควรพลิกด้านผลแตงโม ให้โดนแดดทุกด้านก่อนที่เราจะทำการเก็บเกี่ยวประมาณ 10 วัน เพื่อช่วยให้แตงโมนั้นมีลูกที่สวย สีผิวของผลสม่ำเสมอ

การเก็บเกี่ยวนั้น เป็นไปได้ควรเลือกเก็บ ตอนแตงสีแดงจัดๆ เพราะแตงจะหวาน และเนื้อแน่น สังเกตจากการนับวัน โดยนับหลังจากวันที่ดอกของแตงโมบาน ประมาณ 40 วัน  ก็สามารถเริ่มเก็บได้แล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่แต่ล่ะสายพันธุ์ของแตงโม ที่เรานำมาปลูกด้วย รอยด่างของแตงโมที่อยู่บริเวณด้านล่างของผลแตงโม ส่วนนี้จะมีสีเหลืองที่เข้ม หมายถึงช่วงนี้ผลของแตงโมนั้นจะแก่จัด แต่ถ้าสังเกตว่า เป็นสีขาว ก็แสดงว่าช่วงระยะนี้ยังไม่ถึงเวลาสมควรที่จะเก็บแตงโม

สายพันธุ์ของแตงโมนั้น ก็มีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ แต่แบ่งออกเป็นพวกๆตามลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ได้ ดังนี้

1.สายพันธุ์ Sugar baby แตงโมนี้เป็นพันธุ์เบา ช่วงอายุที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยวคือ สองเดือนหลังจากที่งอกผล สายพันธุ์นี้จุดเด่น จะมีรสหวาน เมล็ดเล็ก น้ำหนักต่อลูกประมาณ 5-6 กิโล

2.สายพันธุ์ Charleston Grey แตงโมพันธุ์หนัก ลูกของแตงโมสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะเรียวรี เนื้อออกสีชมพู เปลือกจะหนากว่าทุกสายพันธุ์ มีรสที่หวานมาก การเก็บเกี่ยวควรเป็นหลังจากผลงอกประมาณ 85 วัน

3.สายพันธุ์ Yellow baby hybrid สายพันธุ์นี้ เนื้อของแตงจะมีรสที่หวาน ผลกลม ลูกมีสีเขียวอ่อนๆ มีลายเข้มสลับตามผล ข้อดีคือมีเปลือกที่บางมาก ควรเก็บผลผลิต เมื่ออายุประมาณ 70 วัน หลังจากงอก

ปัจจุบันนี้มีสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ไม่มีเมล็ด ก็คือ Fengshan No. 1 Hybrid ผลจะกรม ผิวของแตงสีเขียว ลูกมีลักษณะใหญ่กว่ เนื้อหวานแน่นสีแดง สายพันธุ์นำเข้ามาจากประเทศฮ่องกง และมีอีกสายพันธุ์ที่ไม่มีเมล็ดคือ Farmer Wonderful Hybrid ลักษณะเถาจะสั้น แต่ละลูกมีขนาดใหญ่มาก