fbpx

วิธีการและขั้นตอนการปลูกแตงกวาให้ได้ผล

แตงกวานั้น คนที่เคยปลูกจะรู้ว่าเป็นพืชที่ น้ำไม่จำเป็นต้องให้มาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถขาดน้ำได้นะ สภาพดินที่แตงกวาชอบ และสามารถเจริญเติบโตได้ดีนั้น เป็นดินร่วนที่ปนทราย และควรมีการระบายน้ำที่ดี ในพื้นที่ที่ดินนั้นเค็มจัด หรือมีดินเหนียวมากๆ ควรทำการบำรุงดินก่อนที่จะทำการปลูก โดยเราอาจจะใช้ปุ่ยอินทรีย์ เช่น ปุ่ยคอกมาช่วยก็ได้ เพื่อปรับปรุงสภาพผิวดินก่อน

ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะแก่การปลูกแตงกว่านั้น ควรอยู่ที่ประมาณ 25-30 องศา เพราะอุณหภูมิประมาณนี้ แตงกว่าจะเจริญเติบโตได้ดี แต่อุณหภูมิ 17-25 จะเหมาะสมกับการผสมเกสรมากที่สุด ก่อนการปลูกนั้นเราควรมีขั้นตอนการเตรียมดินก่อน อันดับแรกเลยควรไถพรวนดิน  แล้วทำการตากไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการทำลายวัชพืชไม่ให้งอกขึ้นมา แย่งอาหารของพืชผักเรา  เมื่อเราทำการตากดินจนแห้งแล้ว ควรเก็บเอาเศษวัชพืชที่แห้งทิ้งออกไปจากแปลงด้วย

การเตรียมขนาดแปลงในการปลูกที่เหมาะสมนั้น ควรมีขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร ส่วนความยาว ก็แล้วแต่ความเหมาะสม ของแต่ล่ะพื้นที่ที่ท่านมีเลย  เสร็จแล้วให้ใส่ปุ่ย เพื่อปรับโครงสร้างของดินให้เหมาะสมก่อนการปลูก  ในส่วนการเตรียมหลุมนั้น ระยะห่างหว่างต้นนั้น ควรอยู่ประมาณ 60-80 cm. ส่วนความยาวระหว่างแถวนั้น ควรห่างประมาณประมาณ 1 m. ควรใส่ปุ่ยรองพื้นก่อนปลูกด้วยนะ ในบางสวนอาจใช้พลาสติกคลุมดิน เพื่อให้พลาสตอกรักษาความชื้นภายในดินด้วย และเป็นการป้องกันการงอกของพืชที่เราไม่ต้องการด้วย

ในการเตรียมพันธุ์เพื่อที่จะปลูกนั้น ถือว่าเป็นขั้นตอนอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก  เราจะแบ่งออกเป็นดังนี้
1. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ของแตงกวาที่เราจะนำมาปลูก ในการเลือกเมล็ดนั้นเราควรคัดเลือกเมล็ด ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดส่วนเมล็ดนั้นสามารถหาซื้อได้ตาม ร้านค้าเกษตรทั่วไป
2. ขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อเพาะกล้าของแตงกวา ในอัตราส่วนของดิน  ปุ๋ยคอกควรใช้ 3ต่อ1 และควรใส่ปุ๋ยเคมื ในอัตรา 0.5 Kgต่อต้นกล้า 1 ไร่ นำมาคลุกให้เข้ากัน แล้วบรรจุลงในถุงเพื่อเตรียม การหยอดปลูกแตงกวาต่อไป
3. ให้เราทำการบ่มเมล็ดก่อน ขั้นตอนการบ่มคือ ให้เรานำเมล็ดบรรจุในถุงพลาสติก แล้วทำการเจาะรูให้พรุน แล้วนำมาแช่ในสา รละลายเคมื เพื่อป้องกันศัตรูพืช และควรแช่เมล็ดไว้นานประมาณ  ครึ่งชั่วโมง  จากนั้นก็นำเมล็ดนั้นมาแช่ในน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วค่อยเอาผ้ามาชุบไว้หมาดๆพร้อมบ่ม แล้วทำการรัดปากถุงพลาสติกให้แน่น  อุณหภูมิที่เหมาะสมในการบ่มนั้นควรอยู่ที่ 17 -25 พอประมาณ
4. ในขั้นตอนการหยอดเมล็ดลงถุงนั้น ควรหยอดแค่ถุงล่ะ  1 เมล็ด เสร็จแล้วค่อยเอาดินที่เราผสมกลบหน้าพื้นดินบางๆพอประมาณ ไม่ให้กลบแน่นจนเกินไป

การดูแลรักษาต้นกล้า หลังจากที่เราหยอดเมล็ดไปแล้วนั้น ให้เรารดน้ำในทันที ควรใช้วิธีรดน้ำแบบฉีดพ่นให้เป็นละอองฝอยที่ละเอียดที่สุด และก็ไม่ควรรดน้ำมากจนเกินไป สำหรับฤดูร้อนนั้น ควรรดน้ำแค่วันล่ะครั้งพอ และขยันตรวจดูความชื้นของดินอยู่บ่อยๆ ก่อนที่เราจะรดน้ำทุกครั้ง สำหรับถุงกล้าที่เราได้เพาะไว้ใน ควรหลีกเลี่ยงจากแดดที่จัด ควรให้อยู่ในที่กลางแจ้ง ที่ที่แดดไม่ร้อนจัดจนเกินไป หลังจากเวลาผ่านไปแตงกวานั้นเริ่มงอก ให้เรานั้นหมั่นตรวจดู ต้นกล้าบ่อยๆเพื่อหาความผิดปกติ เป็นระยะ ๆ  และเมื่อต้นกล้าแตงกล้านั้น เริมมีใบให้เห็นประมาณ 3-4 ใบ แสดงว่าต้นกล้านั้นพร้อมที่จะย้ายไปปลูกเรียบร้อย

มาถึงวิธีการปลูก แตงกวานั้น จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้คำตอบที่เหมือนกันคือ วิธีการหยอดเมล็ด และการเพาะกล้าก่อนนำไปปลูกนั้น มีความสะดวกในการปลูกมากกว่า  แต่ข้อเสียที่ตามมาก็คือ สิ้นเปลือง ยิ่งหากเราใช้เมล็พันธุ์ที่มีราคาแพงแล้ว จะยิ่งจะเกิดการเพิ่มต้นทุนการผลิตไปในตัว แต่ว่าวิธีการหยอดเมล็ดนั้น จำเป็นที่จะต้องดูแลจนถึงระยะเริ่มงอก ใครที่สนใจวิธีไหน ลองทำตามความเหมาะสมของตัวเองได้เลยจ้าา

สำหรับการต้นกล้า เพื่อไปปลูกที่แปลงนั้น ควรทำในช่วงเย็นๆ เพราะช่วงนี้อากาศไม่ร้อนจัด หลังจากการย้ายกล้ามาที่แปลงแล้ว เราก็ควรให้น้ำในทันที

การใส่ปุ๋ยสามารถแบ่งตามห้วงเวลาดังนี้
1. ในระยะแรกหรือระยะเตรียมดิน ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตราส่วน 1-2 ตันต่อไร่
2. หลังจากที่เราทำการย้ายกล้ามาปลูกที่แปลงแล้ว ประมาณ 7 วัน ให้ใส่ปุ่ยที่มีไนโตรเจน ในอัตราส่วนประมาณ 20 kg.ต่อไร่
3. ระยะสุดท้ายคือ ระยะที่แตงกวานั้นเริ่มออกดอก ระยะนี้อาจจะใช้เวลาที่นานหน่อย บางครั้งอาจจะถึงเดือน หลังจากย้ายกล้าแล้ว ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 20-30 Kgต่อไร่

เรียบเรียงโดย สายฟ้า